หากต้องการให้ช่างเว็บไซต์เข้าไปแก้ไข DNS หรือปรับการตั้งค่า Cloudflare ไม่จำเป็นต้องส่งอีเมลและรหัสผ่านบัญชีของลูกค้าให้ช่าง เพราะ Cloudflare สามารถเพิ่มอีเมลของผู้ดูแลเว็บไซต์เข้ามาเป็นสมาชิกได้โดยตรง
วิธีนี้ปลอดภัยกว่า เจ้าของเว็บไซต์ยังคงควบคุมบัญชีได้เหมือนเดิม และสามารถยกเลิกสิทธิ์ของผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ทุกเมื่อ
เตรียมอะไรก่อนเริ่ม?
ก่อนดำเนินการ ให้เตรียมข้อมูลเพียง 2 อย่าง ได้แก่
- อีเมลของผู้ที่จะเข้ามาดูแล Cloudflare
- ชื่อโดเมนที่ต้องการอนุญาตให้ดูแล
ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรสมัครบัญชี Cloudflare ด้วยอีเมลที่จะใช้รับคำเชิญไว้ก่อน หากยังไม่มีบัญชี สามารถสมัครได้ฟรี
ขั้นตอนเพิ่มอีเมลผู้ดูแลเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่ระบบ Cloudflare
เข้าเว็บไซต์ dash.cloudflare.com แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเจ้าของเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 2: เลือกบัญชีที่มีเว็บไซต์อยู่
หลังเข้าสู่ระบบ ให้เลือกบัญชีที่มีชื่อโดเมนที่ต้องการให้ช่างเข้าไปดูแล
ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ช่างจัดการเว็บไซต์ example.com ให้เลือกบัญชีที่มีโดเมนนี้อยู่
ขั้นตอนที่ 3: เปิดหน้า Members
ไปที่เมนูตามลำดับต่อไปนี้
Manage Account → Members
หากหาเมนูไม่พบ ให้กลับมาที่หน้าหลักของ Account ก่อน เนื่องจากเมนู Members เป็นเมนูระดับบัญชี ไม่ได้อยู่ในหน้า DNS ของเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 4: กดปุ่ม Invite
เมื่อเข้ามาที่หน้า Members แล้ว ให้กดปุ่ม Invite เพื่อเชิญสมาชิกคนใหม่
ขั้นตอนที่ 5: ใส่อีเมลของผู้ดูแลเว็บไซต์
กรอกอีเมลที่ผู้ดูแลเว็บไซต์แจ้งไว้ ตรวจสอบตัวสะกดให้ถูกต้อง เพราะ Cloudflare จะส่งคำเชิญไปยังอีเมลนี้
ขั้นตอนที่ 6: กำหนดขอบเขตการเข้าถึง
ในหัวข้อ Scope ให้เลือกเฉพาะโดเมนที่ต้องการให้ดูแล ไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้เข้าถึงทุกเว็บไซต์ในบัญชี
ตัวอย่างการกำหนดขอบเขต:
- เลือกเฉพาะโดเมน example.com
- ไม่เลือก All zones หากในบัญชีมีเว็บไซต์ของลูกค้ารายอื่นอยู่ด้วย
ขั้นตอนที่ 7: เลือกสิทธิ์ให้เหมาะกับงาน
หากต้องการให้ผู้ดูแลเข้าไปแก้เฉพาะ DNS ให้เลือกสิทธิ์ที่สามารถอ่านและแก้ไข DNS ได้ เช่น DNS Edit หรือสิทธิ์ระดับโดเมนที่ Cloudflare แสดงในบัญชีของคุณ
หากต้องการให้ดูแลการตั้งค่าเว็บไซต์ส่วนอื่นด้วย เช่น SSL, Cache, Redirect หรือ Firewall อาจเลือกสิทธิ์ Domain Administrator
คำแนะนำ: ควรให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นกับงาน ไม่ควรเลือก Super Administrator หากต้องการให้แก้ไขเพียง DNS เพราะสิทธิ์นี้สามารถจัดการข้อมูลสำคัญเกือบทั้งหมดของบัญชีได้
ขั้นตอนที่ 8: ตรวจสอบและส่งคำเชิญ
กด Continue to summary แล้วตรวจสอบอีเมล ชื่อโดเมน และสิทธิ์อีกครั้ง
หากข้อมูลถูกต้อง ให้กด Invite เพื่อส่งคำเชิญ
ผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องทำอะไรต่อ?
หลังจากเจ้าของเว็บไซต์ส่งคำเชิญแล้ว ผู้ดูแลเว็บไซต์จะได้รับอีเมลจาก Cloudflare ให้เปิดอีเมลและกดรับคำเชิญ
- เปิดอีเมลคำเชิญจาก Cloudflare
- กดปุ่มรับคำเชิญ
- เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Cloudflare ของตัวเอง
- ตรวจสอบว่ามองเห็นบัญชีและโดเมนของลูกค้าแล้ว
หลังรับคำเชิญ ผู้ดูแลสามารถใช้บัญชีของตัวเองเข้าไปทำงานได้ โดยไม่ต้องทราบรหัสผ่านของลูกค้า
ถ้าไม่พบอีเมลคำเชิญต้องทำอย่างไร?
หากยังไม่ได้รับอีเมล ให้ลองตรวจสอบดังนี้
- ตรวจสอบกล่องจดหมายขยะหรือ Spam
- ตรวจสอบว่าเจ้าของบัญชีกรอกอีเมลถูกต้องหรือไม่
- รอสักครู่แล้วตรวจสอบอีเมลอีกครั้ง
- ให้เจ้าของบัญชีเข้าไปที่หน้า Members แล้วกดส่งคำเชิญซ้ำ
หากสถานะใน Cloudflare แสดงว่า Invite Pending หมายความว่าคำเชิญถูกส่งแล้ว แต่ผู้รับยังไม่ได้กดยืนยัน
วิธียกเลิกสิทธิ์หลังทำงานเสร็จ
เมื่องานเสร็จแล้ว เจ้าของเว็บไซต์สามารถยกเลิกสิทธิ์ได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน Cloudflare
- เข้าสู่ระบบ Cloudflare
- ไปที่ Manage Account → Members
- เลือกอีเมลของผู้ดูแลเว็บไซต์
- กด Revoke หรือยกเลิกการเข้าถึง
- กดยืนยันอีกครั้ง
หลังยกเลิกแล้ว ผู้ดูแลเว็บไซต์จะไม่สามารถเข้าถึงโดเมนในบัญชีนี้ได้อีก
ทำไมวิธีนี้จึงปลอดภัยกว่าการส่งรหัสผ่าน?
- ลูกค้าไม่ต้องเปิดเผยรหัสผ่านส่วนตัว
- ผู้ดูแลใช้บัญชี Cloudflare ของตัวเองในการทำงาน
- กำหนดให้เข้าถึงเฉพาะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้
- จำกัดสิทธิ์ให้แก้ไขเฉพาะ DNS ได้
- เจ้าของบัญชียกเลิกสิทธิ์ได้ตลอดเวลา
- ลดความเสี่ยงจากการส่งรหัสผ่านผ่าน LINE หรืออีเมล
สรุปแบบสั้น ๆ
หากต้องการให้ช่างหรือผู้ดูแลเว็บไซต์เข้าไปปรับ Cloudflare วิธีที่เหมาะสมคือการเพิ่มอีเมลผ่านเมนู Members ไม่ควรส่งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านบัญชีหลักให้กัน
เจ้าของเว็บไซต์เพียงเข้าไปที่ Manage Account → Members → Invite ใส่อีเมลผู้ดูแล เลือกโดเมน กำหนดสิทธิ์ แล้วส่งคำเชิญ เท่านี้ผู้ดูแลก็สามารถเข้าไปทำงานด้วยบัญชีของตัวเองได้แล้ว
